การใช้ Fibonacci Retracement เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในโลกของการเทรด แต่ปัญหาของมือใหม่ส่วนใหญ่คือ “ตีเส้นไม่เป็น” หรือ “ไม่รู้ว่าควรเข้าเทรดที่จุดไหน”
บทความนี้จะเจาะลึกเทคนิคการใช้ Fibonacci ให้กลายเป็นอาวุธลับในการทำกำไร พร้อมกลยุทธ์ที่ใช้ได้จริงในตลาด
เทคนิคการใช้ Fibonacci ให้เทรดทำกำไรได้จริง: คู่มือฉบับจับมือทำ
Fibonacci ไม่ใช่เครื่องมือพยากรณ์อนาคต แต่มันคือเครื่องมือวัด “จิตวิทยาฝูงชน” เพื่อหาจุดพักตัวของราคา (Retracement) และจุดไปต่อของแนวโน้ม (Extension)
1. การตีเส้น Fibonacci ให้ถูกวิธี (The Golden Rule)
พื้นฐานที่สำคัญที่สุดคือการเลือกจุด Swing High และ Swing Low ที่ชัดเจน
-
ในเทรนด์ขาขึ้น (Uptrend): ลากจากจุดต่ำสุด (Bottom) ไปยังจุดสูงสุด (Top) เพื่อหาแนวรับที่ราคาจะย่อตัวลงมา
-
ในเทรนด์ขาลง (Downtrend): ลากจากจุดสูงสุด (Top) ลงไปหาจุดต่ำสุด (Bottom) เพื่อหาแนวต้านที่ราคาจะดีดกลับขึ้นไป
2. ระดับนัยสำคัญ (Key Fibonacci Levels) ที่ต้องจำ
แม้จะมีตัวเลขหลายค่า แต่ระดับที่ “ทำกำไรได้จริง” และแม่นยำที่สุดมีเพียงไม่กี่ค่า:
-
38.2%: บ่งบอกถึงเทรนด์ที่แข็งแรงมาก ราคาย่อตัวเพียงเล็กน้อยแล้วไปต่อ
-
50.0%: ค่ากึ่งกลางที่ได้รับความนิยมสูง (แม้จะไม่ใช่ตัวเลขฟิโบแท้ๆ ตามทฤษฎี)
-
61.8% (The Golden Ratio): จุดที่สำคัญที่สุด หากราคารับอยู่ตรงนี้ มักจะเกิดการกลับตัวที่รุนแรง
3. กลยุทธ์ “Confluence” ความลับของมือโปร
อย่าใช้ Fibonacci เพียงอย่างเดียว เทคนิคที่จะเพิ่ม Win Rate ได้เกิน 70% คือการหาจุดที่เครื่องมืออื่นมาทับซ้อนกัน (Confluence Zone):
-
Fibonacci + Support/Resistance: ถ้าระดับ 61.8% ตรงกับแนวรับเก่าพอดี จุดนั้นคือ “จุดเข้าเทรดที่ได้เปรียบสูง” (High Probability Setup)
-
Fibonacci + Candlestick Patterns: รอให้ราคาลงมาถึงระดับฟิโบ แล้วเกิดแท่งเทียนกลับตัว เช่น Pin Bar หรือ Engulfing ก่อนกดออเดอร์
4. การหาเป้าหมายกำไรด้วย Fibonacci Extension
เมื่อเข้าเทรดได้แล้ว คำถามต่อมาคือ “จะขายตรงไหน?” ให้ใช้เครื่องมือ Fibonacci Extension เพื่อหาเป้าหมาย:
-
161.8%: เป้าหมายแรกที่ราคามักจะไปถึง
-
261.8%: เป้าหมายใหญ่สำหรับรันเทรนด์ยาวๆ

-
ในเทรนด์ขาขึ้น (Uptrend): ให้คุณลากจากจุด Swing Low (จุดต่ำสุด) ขึ้นไปหาจุด Swing High (จุดสูงสุด) เพื่อหาว่าราคาจะย่อตัวลงมาพักที่ระดับไหนก่อนที่จะไปต่อ
-
ในเทรนด์ขาลง (Downtrend): ให้คุณลากจากจุด Swing High (จุดสูงสุด) ลงมาหาจุด Swing Low (จุดต่ำสุด) เพื่อดูว่าราคาจะดีดตัวขึ้นไปพักที่แนวต้านไหนก่อนที่จะลงต่อ
จุดสังเกต: ตัวเลข 0% จะอยู่ที่ปลายทางของเทรนด์เสมอ (จุดสูงสุดในขาขึ้น หรือจุดต่ำสุดในขาลง) เพื่อวัดการถอยกลับจากจุดนั้นครับ
สรุปเทคนิคเพื่อนำไปใช้จริง
-
ระบุเทรนด์ให้ชัดเจนก่อน: อย่าใช้ Fibonacci ในตลาดที่ไม่มีเทรนด์ (Sideway) เพราะจะเกิดสัญญาณหลอกบ่อย
-
ใจเย็นรอที่นัยสำคัญ: อย่ารีบเข้าเทรดกลางทาง ให้รอราคา “ย่อ” มาที่ระดับ 50% – 61.8% เสมอ
-
วาง Stop Loss หลังจุด 78.6%: หากราคาหลุดระดับนี้ แสดงว่าโครงสร้างราคาเสียทรง ให้ยอมแพ้เพื่อรักษาเงินทุน
การใช้ Fibonacci ให้ได้กำไรไม่ใช่เรื่องของการเดา แต่เป็นการรอคอยในจุดที่มีแต้มต่อสูงสุด หากคุณฝึกฝนการลากเส้นให้ชำนาญและมีวินัยในการเข้าเทรด พอร์ตของคุณจะเติบโตอย่างยั่งยืนแน่นอนครับ


